โอกาสของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ จะไปถึงแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก หรือไม่

โอกาสผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศศึก แชมเปี้ยนส์ลีก ของ แมนชสเตอร์ ซิตี้ ต้องยอมรับเลยว่าเส้นทางสดใสมากเหลือเกิน ภายหลังเปิดบ้านไล่ถลุง บาเยิร์น มิวนิค ไปก่อนในเลกแรก รอบ 8 ทีมสุดท้าย 3-0

ก่อนเกมไม่มีใครคาดคิดว่าบทสรุป 90 นาที ตัวเลขบนสกอร์บอร์ดจะห่างไกลกันมากเพียงนี้ เพราะคู่แข่งอย่างทัพ “เสือใต้” ก็ถือว่าเป็นตัวเต็งเบอร์ต้นๆ อีกทั้งยังไม่พ่ายแพ้ใครใน แชมเปี้ยส์ลีก ซีซั่นนี้ จนกระทั่งมาถูกลูกทีมของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า เปิดซิงในเกมล่าสุด

ซึ่งผลพ่วงจากชัยชนะแบบหมดจดเกมนี้เชื่อว่าแฟนบอลคงมั่นใจมากขึ้นในการเดินหน้าคว้าแชมป์รายการนี้ ภายหลังต้องรอคอยกันมานานหลายปี ที่จะเอื้อมมือไปสัมผัสถ้วยบิ๊กเอียร์สักครั้ง

ว่าแล้วมาพูดถึง โอกาสในเส้นทางความฝันของพลพรรค “เรือใบสีฟ้า” พร้อมสดุดีผลงานในเกมล่าสุดที่ส่งสัญญาณเตือนไปยังทีมอื่นๆ ถึงความอันตรายของพวกเขา

ความกระหาย

อย่างที่กล่าวไปว่านักเตะ และเหล่าสต๊าฟฟ์โค้ชของ แมนฯ ซิตี้ หิวกระหายมากเหลือเกินในการเดินหน้าอยากจะสอยโทรฟี่ แชมเปี้ยนส์ลีก มาครองให้ได้

นับตั้งแต่ที่โอนถ่ายย้ายมาสู่ยุคของ ชีค มานซูร์ นี่คือจุดหมายสำคัญที่ทีมขีดเส้นใต้ไว้หนาๆ ว่าจะไปจุดให้ได้สำเร็จ ภายหลังสร้างความยิ่งใหญ่ และกวาดทุกแชมป์ในประเทศมาครองได้หมดแล้ว

บวกกับความผิดพลาดที่ผ่านมา การเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศและผิดหวัง เหมือนเชื้อเพลิงที่สุ่มเอาไปในตัวให้ลุกโชนมากยิ่งขึ้น อีกทั้งตัวของ เป๊ป เองนับตั้งแต่ออกจาก บาร์เซโลน่า ก็กลายเป็นว่าไม่เคยประสบความสำเร็จในรายการนี้อีกเลย จนกลายเป็นเสียงวิจารณ์พอสมควร

การที่พวกเขาจะเจอกับทีมใหญ่ หรือทีมเล็ก ทุกๆ การแข่งขันย่อมสำคัญทั้งหมด ซึ่งกับฤดูกาลนี้ถือว่าเป็นโอกาสอันดีทั้งเรื่องของความพร้อม ขุมกำลัง และผลงานในรายการนี้

ฉะนั้นไม่แปลกที่พลพรรคทัพเรือใยจะถูกยกให้เป็นเต็ง 1 เหนือกว่าทีมอย่าง บาเยิร์น มิวนิค หรือเจ้าพ่อในรายการนี้อย่าง เรอัล มาดริด

แน่นอนเมื่อมาถึงจุดนี้เกมกับ บาเยิร์น มิวนิค ยิ่งตอกย้ำแบบให้ชัดว่าความกระหายของพวกเขามันมากขึ้นเรื่อยๆ คุณภาพนักเตะอาจไม่ได้หนีห่างกันมาก แต่ความเด็ดขาดคือประเด็นที่สร้างความแตกต่างได้มากโข ซึ่งที่ผ่านมาเราไม่ค่อยได้เห็นยักษ์ใหญ่จากเยอรมันหมดสภาพขนาดนี้

ความลงตัวในทีม

ปฎิเสธไม่ได้ว่าส่วนประกอบสำคัญของผลงานอันร้อนแรงคือการเข้ามาเติมเต็มของ เออร์ลิ่ง ฮาแลนด์ ที่สามารถสร้างความแตกต่างในเกมได้เป็นอย่างมาก

ก่อนที่หัวหอกทีมชาตินอร์เวย์จะย้ายมาสถิติส่วนตัวของเขาใน แชมเปี้ยนส์ลีก ถือว่ายอดเยี่ยมเป็นอย่างมาก แม้จะไม่ได้เล่นอยู่กับทีมใหญ่ แต่นั้นคือความสามารถของนักเตะ และยิ่งโคจรมาอยู่ทีมเดียวกับเหล่ายอดแข้งทั้ง เควิน เดอ บรอยน์, แจ็ค กรีลิช, อิลคาย กุนโดกัน หรือ โรดรี้ กลายเป็นว่าคือนรกของคู่แข่งอย่างแท้จริง

ส่วนในตำแหน่งอื่นๆ ทีมอาจไม่ได้ปรับเปลี่ยนเยอะนักจากในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา แต่ เป๊ป อาศัยความลงตัวที่เพิ่มมากขึ้น แท็คติกที่ปรับใช้ตามสถานการณ์ที่แตกต่างกันออกไป

นักเตะอย่าง แจ็ค กรีลิช ยกระดับผลงานของตัวเองขึ้นมาได้ดีเหลือเกิน หลังโดนกระแสวิจารณ์ว่าเล่นไม่คุ้มค่าตัว แต่หลังปรับทัศนคติ กลายเป็นกล้าเล่น กล้าลุย สร้างความมั่นใจได้เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ

ส่วนเกมรับในระบบปราการหลัง 4 เซนเตอร์  ดูมีความลงตัวเป็นอย่างมาก จากลิสต์รายชื่อ 11ตัวจริง ไม่มีนักเตะในแผนกฟูลแบ็คเลยสักรายเดียว แต่ไม่ใช่ปัญหา ในเมื่อแท็คติดที่วางเอาไว้มันสามารถจัดการเกมรุกของคู่แข่งได้อย่างอยู่หมัด

ซึ่งนี่คือ แมนฯ ซิตี้ ที่ดูลงตัวมากพอสมควร ทั้งเกมรับที่เหนียวแน่น 10 เกมหลังสุดในทุกรายการเสียไปเพียง 4 ตุงเท่านั้น ส่วนเกมรุกก็ผลิตประตูได้อย่างสม่ำเสมอ 

ที่เหลือคงอยู่ที่ความต่อเนื่องว่าจะรักษามาตรฐานผลงานในสนามไปจนถึงฝั่งฝันได้หรือไม่

โอกาสแชมป์

ตอนนี้ แมนฯ ซิตี้ ถูกยกขึ้นมาให้เป็นเต็ง 1 ในการสอยแชมป์ แชมเปี้ยนส์ลีก ซึ่งมันคงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร เพราะปีก่อนๆ เหล่าร้านรับพนันถูกกฎหมายก็มองให้พวกเขาเป็นเต็งรั้งหัวหาดแบบนี้มาเสมอ

ทว่าปัจจัยในฤดูกาลนี้มันค่อนข้างแตกต่างกันออกไป กับด่านหนักเผชิญหน้า บาเยิร์น ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาดที่เมืองเบียร์ โอกาสตีตั๋วเข้ารอบรองชนะเลิศน่าจะสดใส ทว่าหลังจากนั้่นน่าสนใจถ้าลองมองแบบข้ามช็อตไปไกล

คู่แข่งในรอบรองชนะเลิศของพวกเขาจะดวลกับ เรอัล มาดริด หรือ เชลซี ซึ่งแน่นอนว่าเจอใครคืองานที่ยากทั้งหมด 

เชลซี ก็พอรู้ไส้รู้พุงกันมา ลงสนามดวลอยู่แทบตลอด ส่วน เรอัล มาดริด แม้ฤดูกาลนี้ผลงานจะลุ่มๆ ดอนๆ เดียวแพ้ เดียวสะดุด ทว่ากับรายการ แชมเปี้ยนส์ลีก นั้นไม่อาจประมาทพวกเขาได้เลย

ซึ่งถ้าถามโอกาสคว้าแชมป์ของ ซิตี้ มีมากขนาดไหน ?

ตอบกันตามตรงจากผลงานที่ผ่านมาก็ทำให้แฟนบอลได้ลุ้นแบบยาวๆ ในวงเล็บที่รักษาคุณภาพเอาไว้ได้ และไม่พลาดง่ายๆ โดยเฉพาะเรื่องของลูกประสบการณ์ความเก๋าต่างๆ

ลุ้นทริปเปิ้ลแชมป์

สถานการณ์ของ “เรือใบสีฟ้า” ในตอนนี้คือการได้ลุ้น ทริปเปิ้ลแชมป์ เลยทีเดียว

ในพรีเมียร์ลีกแม้จะเป็นรองจ่าฝูง แต่สถานการณ์ปัจจุบันสามารถพลิกผันได้ตลอดเวลา ในบอลถ้วยอย่างเอฟเอ คัพ เส้นทางสดใสไม่น้อยเพราะโคจรมาดวลกับ เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด ทีมจากลีกรอง ในรอบรองชนะเลิศ

ส่วน แชมเปี้ยนส์ลีก เส้นทางถือว่าสวยงามจากเกมแรกที่เพิ่งจบได้ ยังคงให้แฟนบอลตามลุ้นโกยความสำเร็จได้ยาวๆ

ฉะนั้นด้วยศักยภาพ และคุณภาพ ซิตี้ สามารถเดินหน้าล่าทั้ง 3 แชมป์มาครองได้แน่ แต่อย่างที่กล่าวไประหว่างทางอาจมีเรื่องราวไม่คาดฝันเกิดขึ้นได้

นี่เป็นอีกครั้งที่เหล่าแฟนบอลได้ลุ้นความสำเร็จแบบยกเช็ต 

ซึ่งจะสามารถทำได้ไหม… เวลาอีกไม่นานจะเป็นคำตอบในทุกคำถามเอง